บริการด้านอาหาร: อาหารช่วยชะลอความแก่ ยิ่งกินยิ่งดี การดูแลผิวพรรณกับผู้หญิง ถือเป็นของคู่กัน และเป้นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสนใจเพราะการที่มีผิวพรรณที่ชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต้องการอยู่แล้วเพื่อให้มีความมั่นใจ มีความสวยงาม เสริมบุคลิกภาพให้โดดเด่น นอกจากนี้ การที่เรามีสุขภาพผิวที่ดี ยังบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายได้อีกด้วย บางคนเริ่มดูแลมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ไม่ว่าจะชโลมครีมกันแดด หมั่นทาโลชั่นใช้ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ที่ดีต่อผิวพรรณ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้คุณผู้หญิงมีผิวที่ขาวใส มีออร่า ดูเป็นธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงหลายคน นอกจากจะต้องการผิวที่ขาวใสแล้วยังอยากที่จะมีหน้าตาที่อ่อนเยาว์อีกด้วย

เพราะฉะนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ แน่นอนว่า คงไม่มีใครอยากหน้าแก่กว่าวัย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องของผิวพรรณก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลสุขภาพผิวพรรณและชะลอความแก่ได้

วันนี้ทางเราจะมาพูดถึงอาหารที่ช่วยในเรื่องของการช่วยชะลอความแก่ ให้ดูอ่อนกว่าวัย ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื่นดูมีน้ำมีนวล นอกจากจะบำรุง ในเรื่องของผิวพรรณแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายในด้านอื่นๆอีกด้วย เพราะสารอาหารที่เรารับประทานไปนั้น ส่งผลต่อร่างกายของเราด้วย เพียงแต่เราจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และที่สำคัญจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

อาหารที่มีส่วนช่วยในการชะลอความ

1.วิตามินซี
เพราะในวิตามินซี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวดูเต่งตึง ชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวใส พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว มะขามป้อม ฝรั่ง เป็นต้นนอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยการป้องกันหวัดด้วย ซึ่งเราควรได้รับวิตามินซี วันละ 1000 มก.

2.วิตามินอี
ถือว่าเป้นสารอาหารที่ช่วยปกป้องไขมันจากการถูก Oxidizedช่วยลดการเกิดหลอดเลือดอุดตัน พบมากในอาหารจำพวกธัญพืช เช่น จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน ดอกคำฝอย เป็นต้น

3.วิตามินเอ
ซึ่งมีความสำคัญสำหรับภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น สายตาและผิวพรรณโดยวิตามินเอจะละลายในไขมัน พบมากในน้ำมันตับปลา เครื่องใน ไข่แดง นมผักสีส้มเหลือง เขียวเข้ม เช่น แครอท ฟักทอง ผักโขม เป็นต้นn บางคนสามารถดูดซึมวิตามินเอได้ดีมาก โดยที่ไม่ต้องรับประทานเสริมเลยแต่บางคนก็ดูดซึมไม่ค่อยได้ จึงทำให้มีวิตามินเอต่ำ ดังนั้น การเจาะเลือดดูระดับวิตามินจึงควรทำ เพราะวิตามินเอถ้าหากเกิดการสะสมมาก อาจจะทำให้เกิดพิษต่อตับได้

4. Astraxanthin
เป็นสาร carotenoid สร้างจากสาหร่ายสีแดงคือสารสีแดงที่พบในอาหารทะเล กุ้ง ลอบสเตอร์ แซลมอน ซึ่งอาจรับประทานจากอาหารได้ยาก แต่ก็สามารถรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมก็ได้

5.Coenzyme Q10
แต่สารอาหารตัวนี้ ร่างกายสามารถสร้างเองได้บางส่วน แต่เมื่ออายุมากขึ้น ทำให้การสร้างลดลง ซึ่งสารอาหารตัวนี้ มีหน้าที่ช่วยขนส่งอิเล็กตรอนในกระบวน การสร้างพลังงานระดับเซลล์ ซึ่งจำเป็นสำหรับเซลล์หัวใจ เซลล์สมอง เซลล์กล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย โคเอนไซม์คิวเทน พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ปลา เป็นต้น แต่การรับประทานจากอาหารก็อาจทำให้ได้รับไขมันสัตว์มากเกินไป ดังนั้น ควรรับประทานเสริมในรูปของสารสกัดเพื่อให้ได้ปริมาณที่มากเพียงพอ ทำให้ไม่เสี่ยงต่อการได้รับไขมันสูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการดูแลผิวพรรณนั้น เราสามารถบำรุงได้ตามที่เราต้องการ แต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณนั้นก็จะทำให้เราได้รับสารอาหารตัวอื่นเพื่อบำรุงร่างกายของเราได้ด้วย เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี โดยการหันมาดูแลตัวเอง โดยเริ่มจากการรับประทานอาหาร ซึ่งทางเราได้เน้นย้ำมาตลอดให้ทุกคนใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน และที่สำคัญควรจะหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง เราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้ไม่ยาก